ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนหรอกที่จริง
แต่เหมือนอยู่ในอารมณ์ที่ตั้งใจจะเขียนนานแล้ว
แต่ก็ไม่ได้เขียนซะที...
ความจริงตั้งใจจะเขียนพวกรีแค็ปตั้งแต่ปีใหม่แล้ว
อยากเขียนเหมือนคนอื่นว่าตลอดปีที่ผ่านมา
กูทำชั่วอะไรไปบ้าง (เยอะ) และทำดีอะไรไว้บ้าง (หาได้เรอะ?)
หรืออะไรที่ดีใจที่สุดและเสียใจที่สุด
แต่ว่าก็ผ่านมาถึงปลายกุมภาปีนี้กันเลยทีเดียว
ก็เลยเขียนๆมันซะเถอะนะ เพราะก่อนหน้านี้กลูมมี่นานมาก
มีความคิดอยากจะเขียน แต่ก็ไม่ต้องการจะเขียน
ยื้อไปมาอยู่นาน กูเลยไม่ได้เขียนด๋อยไรซะที....
แต่เรื่องที่สำคัญที่อยากจะเขียนจริงๆ
มันก็ต้องเรื่องนี้แหละ...
มันก็ไม่ได้แย่ แต่เีสียใจมากกว่า
ถ้าถามว่าเราเสียใจมั้ย แน่นอนว่าเสียใจมาก
คุณย่าทั้งคนทำไมจะไม่รัก
แต่ว่าคุณย่าก็ไปดี มีความสุข ไม่ต้องทรมานกับโรคแล้ว
เพราะย่าบอกเสมอก่อนจะป่วยว่า ย่าไม่อยากเป็นโรคนี้
มันทรมานกว่าโรคอื่นๆซะอีก ที่รู้ว่าเป็นแล้วรักษาไม่ได้
(อินเคสที่ใครอยากรู้ คุณย่าของเราเป็นอัลไซเมอร์นะคะ แต่เสียเพราะปอดติดเชื้อ)
ตลอดมาเราคิดว่า เราทำดีพอรึยัง
เราดูแลย่าดีพอรึเปล่า บอกว่ารัก แต่จริงๆแล้วเราดูแลดีพอแน่หรือ...
ไม่รู้ว่ะ มันเทียบไม่ได้เลยกับที่ย่าดูแลเรามาตั้งแต่เล็ก
การที่เราโตมาเป็นอย่างทุกวันนี้
เป็นคนดี (กูเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดี) มีการศึกษาดี
ได้เรียนโรงเรียนดีๆ จบมามีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้
เพราะ่ย่าเป็นคนสอนทั้งนั้น
ตอนเด็กๆ...
แม่ไปทำงาน และกลับบ้านดึกเสมอ
ไม่ใช่ความผิดของแม่ เพราะแม่ก็มีหน้าที่ของแม่
ถึงจะอยู่สอนหนังสือเราไม่ได้ แต่แม่ก็ทำอย่างอื่นทดแทนได้
เพราะฉะนั้น ในวัยเด็ก ทั้งเราและพี่ ที่โตมาได้ทุกวันนี้
ก็เพราะคำสั่งสอนของย่าทั้งนั้น
ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน
แม้แต่เรื่องงานบ้าน ย่าจะบอกเสมอว่า
ถึงเราจะมีแม่บ้าน แต่้ถ้าเราทำงานบ้านไม่เป็น
แล้วเราจะสอนคนพวกนั้นได้ัยังไง
ถ้าตั้งแต่เด็กไม่ได้ทำงานบ้าน ไม่ได้ลองซักผ้ารีดผ้า
เราจะโตมาเป็นอย่างทุกวันนี้มั้ย?
อาจเป็นอีอ้วนที่เอาแต่นอนอืด
เย็บผ้าก็ไม่เป็น ขัดส้วมก็ไม่เป็น ล้างคอห่านก็ไม่ได้
อะไรแบบนี้
เราภูมิใจที่ตัวเราเป็นเราอย่างทุกวันนี้
และเราก็รู้เสมอว่า เราโตมาได้เพราะใคร
แต่เมื่อช่วงที่ย่าของเราไม่สบาย
เรากลับรู้สึกว่า เราดูแลได้ไม่ดีพอ
ไม่มากพอเท่าที่เราควรจะทำให้
ตอนที่ย่ายังสบายๆดีอยู่
เราก็ไม่ได้เป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายเท่าำไหร่
แต่เราก็มั่นใจว่าเราไม่ใช่เด็กที่เลวร้าย
รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร
ตอนนี้จะมาเสียใจมันก็สายไปแล้ว
อยากจะทำให้มากกว่าเดิมก็ทำไม่ได้แล้ว
แต่เรารักคุณย่ามาก รักมาก
ถ้าตอนเด็กๆไม่ได้ย่าสั่งสอน ไม่ได้ย่าสอนหนังสือ
ไม่ได้ย่าสอนทำงานบ้าน เราจะไม่โตมาเป็นคนแบบนี้ได้เลย
ถึงตอนนี้ จะพูดอะไรมากก็ไม่ได้แล้ว
จะทำอะไรให้ย่าก็คงไม่ได้อีกแล้ว
มีแต่คำสัญญาที่เราตั้งใจเอาไว้เสมอว่า
"เราจะเป็นเด็กดี"
อาจจะไม่ได้ดีมาก ไม่ใช่ประเสริฐชน
แต่ก็จะไม่เป็นภาระสังคมอย่างที่บางช่วงเคยเป็น
ขอบคุณคุณย่าที่ทำให้เราโตมาได้ขนาดนี้
ขอบคุณความรู้ทุกอย่างที่เฝ้าสั่งสอนมาตั้งแต่เรายังเด็กๆ
ต่อจากนี้ไป เราจะพยายามเป็นคนดีให้ได้มากที่สุด
จากที่เป็นเด็กสาธิตที่ย่าภูมิใจ เป็นนิสิตจุฬาตามที่ย่าอยากให้เรียน
เป็นคนมีงานมีการทำไม่เบียดเบียนคนอื่น
ต่อจากนี้ไป เราจะพยายามเป็นคนดีให้มากกว่านี้
เอาใจใส่ดูแลครอบครัวให้มากขึ้นไปอีก
รักคุณย่ามากๆจริงๆนะคะ~